รู้ให้ลึกกับ VAR

รู้ให้ลึกกับ VAR

เกมส์
Rate this post

ฟุตบอลโลกครั้งก่อนที่บราซิล มีการเปิดตัวเทคโนโลยี โกล์-ไลน์ เพื่อช่วยตัดสินว่า
ลูกใดเป็นประตูหรือไม่เป็นประตู? โดยใช้เทคโนโลยีตรวจสอบว่า
ลูกฟุตบอลข้ามเส้นแล้วหรือไม่? แต่ในฟุตบอลโลก 2018 ครั้งล่าสุดนี้
มีอะไรมากกว่านั้น ทั้งในแง่ผู้จัดการแข่งขัน และผู้ชมกับ 5 เทคโนโลยีเหล่านี้
VAR
เทคโนโลยีนี้ คงคุ้นหูคุ้นตาแฟนฟุตบอลอยู่แล้ว
กับระบบวิดีโอช่วยตัดสินที่มาอยู่ในวงการฟุตบอลสักพักแล้ว
พร้อมกับความพยายามประชาสัมพันธ์ถึงความสำเร็จจากตัวอย่างทั้งกีฬารักบี้,
คริกเก็ต หรือเทนนิส โดยแนวคิดสำคัญของเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า VAR นี้ คือ
สถานการณ์เปลี่ยนรูปเกมได้
สำหรับเงื่อนไขในการใช้ VAR มี 4 สถานการณ์ คือ
1.ประตู – ตรวจเรื่องสอบล้ำหน้า, ฟาล์วก่อนหรือไม่?
2.จุดโทษ – ฟาล์วจริง หรืออยู่นอกเขตโทษหรือไม่?
3.ใบแดง – ตรวจว่าเป็นการทำฟาล์วโดยตรงหรือไม่?
4.ความผิดพลาด – การแจกใบเหลือง, ใบแดงผิดคน?
แม้ที่ผ่านมา VAR จะได้รับเสียงตอบรับที่ไม่ดีในบางแง่มุม แต่ไม่ทำให้ ฟีฟ่า หวั่นไหว
แล้วก็ตัดสินใจใช้งานในฟุตบอลโลก 2018 เลย ซึ่งระบบงานคือ มีหัวหน้าทีม VAR 1
คน, ผู้ช่วย VAR 3 คน ที่จะประจำอยู่ใน Video Operation Room (VOR)
ณ International Broadcast Centre Moscow
โดยเจ้าหน้าที่ทั้งหมดจะติดต่อไปที่ผู้ตัดสินที่ 1 หลังจากได้ภาพจากกล้อง 33 ตัว
และภาพที่จับจังหวะล้ำหน้าจากกล้องอีก 2 ตัวผ่านระบบวิทยุบนไฟเบอร์เน็ตเวิร์ต
โดยในกลุ่มภาพนั้น จะมี 8 ภาพ เป็นซูเปอร์สโลโมชั่น และอีก 4 ภาพ เป็นอัลตร้า
สโลโมชั่น ซึ่งในรอบน็อคเอาต์ ก็จะเพิ่มภาพอัลตร้า สโลโมชั่น อีก 2 ตัว แน่นอน
ทั้งหมดนี้ เป็นภาพช้าที่มีความเร็วในการสโลโมชั่นต่างกัน เพื่อความรวดเร็ว
หรือความมั่นใจในการตัดสินระหว่างแข่งขัน

sbobetripple